12 ดาราชายสุดฮอตในปฏิทินปี 2560

This slideshow requires JavaScript.


ที่กระปุก (Kapook.com) เค้าจัดอันดับ ดาราชายสุดฮอตแห่งปี 2556 ไว้
ปีนี้ 2559 จะขึ้น 2560 รอมร่อแล้ว ดูสิว่า
ดาราชายคนไหน ยังฮอตเหมือนเดิม เพิ่มขึ้น หรือลดลง
จับดาราชายมาใส่ปฏิทิน เผื่อได้ใช้ในโอกาสอื่นด้วย
ตอนนี้เราจะเป็น ประเทศไทย 4.0 และจะเป็น คนไทย 4.0 กันแล้ว
มาลุ่นกันว่า ว่าที่คนไทย 4.0 เช่นท่านจะจัดอันดับได้ตรงกับผลนี้หรือไม่

12 ดาราชายที่เลือกมาทำปฏิทินมีดังนี้
1. เจมส์ จิรายุ
2. เจมส์ มาร์
3. บอม ธนิน
4. เกรท วรินทร
5. โป๊ป ธนวรรธน์
6. ต่อ ธนภพ
7. มาริโอ้ เมาเร่อ
8. ณเดชน์ คูกิมิยะ
9. หมาก ปริญ
10. บอย ปกรณ์
11. พอร์ช ศรัณย์
12. ป้อง ณวัฒน์

ปฏิทินดาราชายสุดฮอต ปี 2560

ปฏิทินดาราชายสุดฮอต ปี 2560

http://women.kapook.com/view79251.html
http://www.thaiall.com/calendar/calendar60.htm

การสร้างนิสัยแห่งความสุข 20 ประการ

การสร้างนิสัยแห่งความสุข 20 ประการ จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่ามี 2o นิสัยนี้ที่จะทำให้เรามีความสุข (Happiness) ซึ่งเพื่อนรักและใจดีแชร์มา บอกว่าให้แชร์คนที่รักต่อไป .. จัดปายยย

Harvard Research Reveals 20 Habits
That Will Make You Happy, Guaranteed!

1. Be Grateful .. สำนึกบุญคุณคนที่ดีต่อเรา
2. Choose Your Friends Wisely .. เลือกเพื่อนอย่างชาญฉลาด
3. Cultivate Compassion .. ให้ความเห็นอกเห็นใจแก่คนอื่น
4. Keep Learning .. หมั่นเรียนรู้
5. Become a Problem Solver .. เป็นผู้แก้ปัญหาได้
6. Do What You Love .. ทำในสิ่งที่คุณรัก
7. Live in the Present .. อยู่กับปัจจุบัน
8. Laugh often .. หัวเราะบ่อย ๆ
9. Practice Forgiveness .. ฝึกการให้อภัย
10. Say Thanks often .. กล่าวขอบคุณเสมอ
11. Create Deeper Connections .. สร้างความสัมพันธ์ลึกล้ำ
12. Keep Your Agreement .. รักษาสัญญา คำพูด
13. Meditate .. ทำสมาธิ
14. Focus on What You’re Doing .. ตั้งมั่นในสิ่งที่กำลังทำ
15. Be Optimistic .. มองโลกในแง่ดี
16. Love Unconditionally .. รักอย่างไม่มีเงื่อนไข
17. Don’t Give up .. อย่ายอมแพ้
18. Do Your Best and then Let it Go .. ทำดีที่สุดแล้วอย่ายึดติด
19. Take Care of Yourself .. ดูแลตัวเอง
20. Give back to society .. ตอบแทนสังคม

http://www.cycleharmony.com/healthy-living/emotional-wellbeing/harvard-research-reveals-20-habits-that-will-make-you-happy-guaranteed
http://www.huffingtonpost.com/andrew-merle/top-20-habits-for-happine_b_9835174.html

โฮมเพจดี ๆ หายไป อยากย้อนอดีตเข้าไปอีก ทำอย่างไรง่ะ

back to the past

back to the past

เคยเข้าโฮมเพจดี ๆ ของอาจารย์หลายท่าน
ข้อมูลเยี่ยม
จึงทำลิงค์ไว้เรียบร้อย ลิงค์มาหลายหน้าเลย หลายคน
วันนี้จู่ ๆ เข้าไม่ได้ หายเกลี้ยงทั้งโฮสต์
.. ทำไงหราาาา
อึ้มๆๆ
พอมีวิธี (ถ้าโชคดีนะ)

เพราะมีผู้พัฒนาทำฐานข้อมูลเว็บไซต์ทั้งโลกไว้
ในชื่อ archive.org เพื่อสำรองเว็บเพจ ตามช่วงเวลา
เรียกว่า เก็บเป็นเวอร์ชั่นไว้เลย ย้อนอดีตได้ตามสะดวก
แม้ server down หรือเป็น dead link ไปเรียบร้อยแล้ว
ก็เข้าไปเอาข้อมูลใน archive.org ได้
ใช้งานไม่ยาก ใช้บริการแล้วนึกถึงเรื่องการย้อนวัยเลย
http://web.archive.org/web/*/thaiall.com

ชีวิตก็มีขึ้น มีลง เป็นธรรมดา เดี๋ยว 0 เดี๋ยว 1

ชีวิตก็มีขึ้น มีลง เป็นธรรมดา เดี๋ยว 0 เดี๋ยว 1

กำลังนั่นปรับเนื้อหาใน ตรรกะ
ที่ http://www.thaiall.com/digitallogic
ก็ชะแว็บมาเขียน blog แปล็บ

เพลง “ต้องสู้จึงจะชนะ” ของ เจิน เจิน บุญสูงเนิน

 

ต้อง สู้ ต้องสู้จึงจะ ชนะ
อยู่ดีดี ทรุดลง ไม่น่าเสียใจ
อยู่อยู่ไป พลาดผิด ไม่น่าเศร้าซึม
ทำตัวเหมือนสิ้นแล้วทุกสิ่ง
วันวันเมาโซเซ
ร่างที่ไร้วิญญาณ เหมือนหุ่นไล่กา
เปรียบชีวิต คนดังคลื่นใต้น้ำใน ทะเล
บางครั้ง ขึ้น บางครั้ง ลง
ดวงดี ยินดี ดวงอับ ช่างมัน
พรหมท่านลิขิตไว้ ให้ เป็น
สามสิบลิขิตฟ้า เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน
ต้อง สู้ ต้องสู้จึงจะ ชนะ

อยู่ดีดี ทรุดลง ไม่น่าเสียใจ
อยู่อยู่ไป พลาดผิด ไม่น่าเศร้าซึม
ทำตัวเหมือนสิ้นแล้วทุกสิ่ง
วันวันเมาโซเซ
ร่างที่ไร้วิญญาณ เหมือนหุ่นไล่กา
เปรียบชีวิต คนดังคลื่นใต้น้ำใน ทะเล
บางครั้ง ขึ้น บางครั้ง ลง
ดวงดี ยินดี ดวงอับ ช่างมัน
พรหมท่านลิขิตไว้ ให้ เป็น
สามสิบลิขิตฟ้า เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน
ต้อง สู้ ต้องสู้จึงจะ ชนะ
อยู่ดีดี ทรุดลง ไม่น่าเสียใจ
อยู่อยู่ไป พลาดผิด ไม่น่าเศร้าซึม
ทำตัวเหมือนสิ้นแล้วทุกสิ่ง
วันวันเมาโซเซ
ร่างที่ไร้วิญญาณ เหมือนหุ่นไล่กา
เปรียบชีวิต คนดังคลื่นใต้น้ำใน ทะเล
บางครั้ง ขึ้น บางครั้ง ลง
ดวงดี ยินดี ดวงอับ ช่างมัน
พรหมท่านลิขิตไว้ ให้ เป็น
สามสิบลิขิตฟ้า เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน
ต้อง สู้ ต้องสู้จึงจะ ชนะ
ต้อง สู้ ต้องสู้จึงจะ ชนะ..

ตอนนี้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Back to the future

 

ประสบการณ์ของมนุษย์แปรผันตามอายุ

นักเลงคีย์บอร์ด

นักเลงคีย์บอร์ด

ถ้าอายุน้อย ประสบการณ์ก็จะน้อยไปด้วย
ทางกฎหมายมักนิยามว่า อายุน้อยแล้ว คิดอ่านไม่เป็น ทำอะไรผิดก็ไม่ควรรับโทษเท่าผู้ใหญ่

ถ้าอายุมาก ประสบการณ์มากก็จริง แต่ประสิทธิภาพในการตัดสินใจจะลดลง
เนื่องจากความสามารถทางสมอง ความจำลดลง
บ่อยครั้งที่ผู้สูงอายุมีอาการของโรคความจำเสื่อม
ดังนั้นองค์กรต่าง ๆ จึงกำหนดอายุสูงสุดไว้ที่ 60 ปี
เพราะเชื่อว่าหลังจากนั้นจะทำงานได้ไม่เต็มที่

http://www.thaiall.com/mis/mis02.htm
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525
เยาวชน หมายถึง บุคคลที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 14 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์

กฎหมายไทยกำหนดว่า
– เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี (อายุไม่ถึง 7 ปี ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย)
– เยาวชนอายุ 14 – 20 ปี
http://www.thailocalmeet.com/index.php?topic=22575.0

ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ ได้จำกัดความว่า
เด็ก คือ มนุษย์ทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

วัยสูงอายุ หรือ วัยชรา หมายถึง มนุษย์ที่มีอายุอยู่ในช่วงปลายของชีวิต
ในทางสถิติมักถือว่าผู้ที่อยู่ในวัยสูงอายุ คือ บุคคลที่มีอายุ 60-65 ปีขึ้นไป
ประเทศไทยกำหนดไว้ว่าผู้สูงอายุ คือ บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
– การสูญเสียฟัน
– ผิวหนังเหี่ยวย่นเพิ่มขึ้น
– สีผมเปลี่ยนเป็นสีเทา หรือสีขาว
– ความสามารถในการมองเห็นลดลง
– การรับรู้ทางเสียงลดลง
– ร่างกายเคลื่อนไหวได้น้อยลง และใช้เวลามากขึ้น
– การใช้ความจำน้อยลง
– ความต้องการทางเพศลดลง หรือหมดไป

สงสัยพ่อแม่ส่งเรียนพิเศษแต่เล็กแต่น้อย แน่เลย

รู้งี้ไม่กล้าเร่งเด็กให้เรียนกวดวิชาแต่เล็กล่ะ

กลัวเด็ก .. หยุดเรียนรู้
กลัวเด็ก .. ทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้
กลัวเด็ก .. ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
กลัวเด็ก .. ขาดความคิดสร้างสรรค์

 

เร่งเด็กแต่เล็ก อันตราย

เร่งเด็กแต่เล็ก อันตรายา

พบเด็กที่ไหนมีลักษณะ 4 ประการนี้
“สงสัยพ่อแม่ส่งเรียนพิเศษแต่เล็กแต่น้อย แน่เลย”
อาจารย์มหาวิทยาลัย ลองไปถามเด็ก ๆ 4 ลักษณะนี้
ว่าสมัยเด็กเรียนหนักไหม .. เดาคำตอบได้เลย

ข้อความบรรยายประกอบภาพ
จาก FB ของ “ห้องเรียนแห่งอนาคต J-Sharp Future Classroom
การเร่งให้เด็กกวดวิชา อาจส่งผลเสียมากกว่าดีนะคะ…
ผู้ปกครองหลายคน อาจคิดว่า “ทักษะการเรียนรู้” คือ
การท่องจำได้มาก หรือสอบได้คะแนนดี ๆ
แต่แท้ที่จริงแล้ว “ทักษะการเรียนรู้” คือ
ทักษะที่สำคัญ หากอยากรู้อะไรก็สามารถค้นหาได้เอง
ไม่ต้องรอให้ครูหรือใคร ๆ มาป้อนสิ่งเหล่านั้นให้ตลอด
ทักษะนี้จำเป็นต่อการเรียนและการทำงานในอนาคตมาก

ขอบพระคุณข้อมูลจาก บทความ เด็กปฐมวัยเรียนอย่างไรจึงเหมาะสม
โดย สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)
https://www.facebook.com/wiriyah/posts/1079447965426797
https://www.facebook.com/jsfutureclassroom/photos/a.157512717678102.34697.114344381994936/995149297247769/

มาหยุดการเผาป่า จากต้นเหตุกันเถอะ

มีนาคม – เมษายน
เห็นบ่นเรื่องชาวบ้าน
เผาป่าเพื่อเกษตรบ้าง เก็บของป่าบ้าง
พฤษภาคม
หลังฝนตก เค้าก็เก็บของป่ามาขาย ก็ซื้อเค้าแพง ๆ
ซื้อกันแบบ ไม่เกี่ยงราคา ของหายาก
.. ปีหน้าก็บ่นกันใหม่ บ่นกันทุกปี ติดต่อกันมาหลายปีล่ะ

มีลูกค้า ที่รอซื้อของป่าที่ได้จากการเผา เพียบ

มีลูกค้า ที่รอซื้อของป่าที่ได้จากการเผา เพียบ

ถ้าชาวบ้านเข้าป่า เผาป่า
เพื่อหาผักหวาน กับเห็ดเผาะมาขายให้เรา
ปีนี้เราหยุดซื้อผักหวาน กับเห็ดเผาะจากคนเผาป่า
ปีหน้า ชาวบ้านจะไปเผาป่า
หาผักหวาน กับเห็ดเผาะมาขายให้ใคร
ปล. เดี๋ยวนี้ มีการทำเกษตรปลูกผักหวานได้แล้ว
อุดหนุนเกษตรกรได้ แต่อย่าอุดหนุนคนเผาป่า

มีคนซื้อเยอะ คนขายก็จะเยอะตามไปด้วย

มีคนซื้อเยอะ คนขายก็จะเยอะตามไปด้วย

เคยมีนักวิชาการบอกว่า
เรามีงานวิจัยมากมาย เรื่องเผาป่า
ที่เกิดในภาคเหนือ อีสาน ว่ามาสาเหตุจากการหาเห็ดเผาะ กับ ผักหวาน
แต่ปัญหาก็ยังเกิดขึ้นซ้ำซาก และทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี
http://prachatai.com/journal/2012/03/39505

 

http://www.phitsanulokhotnews.com/2016/05/16/85606

สาเหตุของการเกิดไฟป่า
ไฟป่าเกิดจาก 2 สาเหตุ
1. เกิดจากธรรมชาติ
ไฟป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่นฟ้าผ่า กิ่งไม้เสียดสีกัน ภูเขาไฟระเบิด ก้อนหินกระทบกัน แสงแดดตกกระทบผลึกหิน แสงแดดส่องผ่านหยดน้ำ ปฏิกริยาเคมีในดินป่าพรุ การลุกไหม้ในตัวเองของสิ่งมีชีวิต (Spontaneous Combustion) แต่สาเหตุที่สำคัญ คือ
1.1 ฟ้าผ่า เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดไฟป่าในเขตอบอุ่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา (ภาพที่ 1.7) พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของไฟป่าที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากฟ้าผ่า ทั้งนี้โดยที่ฟ้าผ่าแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
(1) ฟ้าผ่าแห้ง (Dry or Red Lightning) คือฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นในขณะที่ไม่มีฝนตก มักเกิดในช่วงฤดูแล้ง สายฟ้าจะเป็นสีแดง เกิดจากเมฆที่เรียกว่าเมฆฟ้าผ่า ซึ่งเมฆดังกล่าวจะมีแนวการเคลื่อนตัวที่แน่นอนเป็นประจำทุกปี ฟ้าผ่าแห้งเป็นสาเหตุสำคัญของไฟป่าในเขตอบอุ่น
(2) ฟ้าผ่าเปียก (Wet or Blue Lightning) คือฟ้าผ่าที่เกิดควบคู่ไปกับการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm) ดังนั้นประกายไฟที่เกิดจากฟ้าผ่าจึงมักไม่ทำให้เกิดไฟไหม้ หรืออาจเกิดได้บ้างแต่ไม่ลุกลามไปไกล เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์และความชื้นของเชื้อเพลิงสูง ฟ้าผ่าในเขตร้อนรวมถึงประเทศไทยมักจะเป็นฟ้าผ่าเปียก จึงแทบจะไม่เป็นสาเหตุของไฟป่าในเขตร้อนนี้เลย
1.2 กิ่งไม้เสียดสีกัน อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ป่าที่มีไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและมีสภาพอากาศแห้งจัด เช่น ในป่าไผ่หรือป่าสน

2. สาเหตุจากมนุษย์
ไฟป่าที่เกิดในประเทศกำลังพัฒนาในเขตร้อนส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากกิจกรรมของมนุษย์ สำหรับประเทศไทยจากการเก็บสถิติไฟป่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528-2542 ซึ่งมีสถิติไฟป่าทั้งสิ้น 73,630 ครั้ง พบว่าเกิดจากสาเหตุตามธรรมชาติคือฟ้าผ่าเพียง 4 ครั้ง เท่านั้น คือเกิดที่ภูกระดึง จังหวัดเลย ที่ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ท่าแซะ จังหวัดชุมพร และที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แห่งละหนึ่งครั้ง ดังนั้นจึงถือได้ว่าไฟป่าในประเทศไทยทั้งหมดเกิดจากการกระทำของคน โดยมีสาเหตุต่างๆ กันไป ได้แก่
2.1 เก็บหาของป่า เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่ามากที่สุด การเก็บหาของป่าส่วนใหญ่ได้แก่ ไข่มดแดง เห็ด ใบตองตึง ไม้ไผ่ น้ำผึ้ง ผักหวาน และไม้ฟืน การจุดไฟส่วนใหญ่เพื่อให้พื้นป่าโล่ง เดินสะดวก หรือให้แสงสว่างในระหว่างการเดินทางผ่านป่าในเวลากลางคืน หรือจุดเพื่อกระตุ้นการงอกของเห็ด หรือกระตุ้นการแตกใบใหม่ของผักหวานและใบตองตึง หรือจุดเพื่อไล่ตัวมดแดงออกจากรัง รมควันไล่ผึ้ง หรือไล่แมลงต่างๆ ในขณะที่อยู่ในป่า
2.2 เผาไร่ เป็นสาเหตุที่สำคัญรองลงมา การเผาไร่ก็เพื่อกำจัดวัชพืชหรือเศษซากพืชที่เหลืออยู่ภายหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในรอบต่อไป ทั้งนี้โดยปราศจากการทำแนวกันไฟและปราศจากการควบคุม ไฟจึงลามเข้าป่าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
2.3 แกล้งจุด ในกรณีที่ประชาชนในพื้นที่มีปัญหาความขัดแย้งกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องที่ทำกินหรือถูกจับกุมจากการกระทำผิดในเรื่องป่าไม้ ก็มักจะหาทางแก้แค้นเจ้าหน้าที่ด้วยการเผาป่า
2.4 ความประมาท เกิดจากการเข้าไปพักแรมในป่า ก่อกองไฟแล้วลืมดับ หรือทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นป่า เป็นต้น
2.5 ล่าสัตว์ โดยใช้วิธีไล่เหล่า คือจุดไฟไล่ให้สัตว์หนีออกจากที่ซ่อน หรือจุดไฟเพื่อให้แมลงบินหนีไฟ นกชนิดต่างๆ จะบินมากินแมลง แล้วดักยิงนกอีกทอดหนึ่ง หรือจุดไฟเผาทุ่งหญ้า เพื่อให้หญ้าใหม่แตกระบัด ล่อให้สัตว์ชนิดต่างๆ เช่น กระทิง กวาง กระต่าย มากินหญ้า แล้วดักรอยิงสัตว์นั้นๆ
2.6 เลี้ยงปศุสัตว์ ประชาชนที่เลี้ยงปศุสัตว์แบบปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ มักลักลอบจุดไฟเผาป่าให้โล่งมีสภาพเป็นทุ่งหญ้าเพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์
2.7 ความคึกคะนอง บางครั้งการจุดไฟเผาป่าเกิดจากความคึกคะนองของผู้จุด โดยไม่มีวัตถุประสงค์ใดๆ แต่จุดเล่นเพื่อความสนุกสนาน เท่านั้น
http://www.dnp.go.th/forestfire/FIRESCIENCE/lesson%201/lesson1_6.htm

เผาทำไม

เผาทำไม

เผาทำไม

มีการตั้งคำถามว่า “เผาทำไม
พร้อมอธิบายด้วยหลักเหตุผล และด้วยกัลยาณมิตร
จนทุกคนที่ได้ฟัง ได้อ่าน แล้วพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเข้าใจ
เมื่อทุกคน รับรู้ รับทราบ เข้าใจ ก็จะไม่เผาอีก
เพราะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ ไม่รู้จะเผาทำไม

http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000038907
จากข่าวในผู้จัดการว่า ที่จังหวัดเชียงราย
กำหนด 60 วันห้ามเผา แต่ทันทีที่พ้นกำหนด
ก็เริ่มเผาในพื้นที่การเกษตรทันที

กฎหมายห้ามเผาในพื้นที่ต้องห้ามยังมีอยู่ชัดเจน
มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 – 15 ปี
และปรับตั้งแต่ 20000 – 150000 บาท
http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000038907

ทฤษฎีสมองสามส่วน ถูกใช้อธิบายพฤติกรรม และความคาดหวังที่แตกต่างกันได้

เห็นพฤติกรรมของมนุษย์ และการวิพากษ์วิจารณ์แล้ว
ทำให้นึกถึงว่า มนุษย์ใช้สมองแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน
บางคนก็ใช้ก้านสมองคิด แต่บางคนแสดงความคาดหวังด้วยสมองส่วนหน้า
ย่อมคิดเห็นแตกต่างกัน .. อย่างแน่นอน

 

baby

baby

สมองสามส่วน (Triune brain) คือ โมเดลวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และพฤติกรรม
นำเสนอโดย พอล แมคลีน (Dr.Paul MacLean) นายแพทย์และนักวิชาการด้านจิตเวช
ใช้อธิบายวิวัฒนาการด้านการเจริญเติบโตของมนุษย์ และพัฒนาการที่เป็นไปตามวัย
ว่าเด็กก็จะใช้สมองส่วนในตามสัญชาตญาณ โตขึ้นหน่อยก็ใช้สองส่วนกลางมากขึ้น
เป็นผู้ใหญ่ก็จะใช้สมองส่วนหน้าที่คิด วิเคราะห์ แยกแยะมากขึ้น
http://en.wikipedia.org/wiki/Triune_brain

james parsons

james parsons

เครือข่ายสมอง (Brain Networks) แบ่งหน้าที่ได้ 3 ส่วน
1.  เรปทิเลียนเบรน (Reptilian Brain) : Instinctive Mind
เป็นส่วนสมองของสัตว์เลื้อยคลาน
Non-concious, geared for survival and regulating major body processes
พฤติกรรมที่ไม่ใช้สติ ไม่มีความรู้ตัว ทำโดยสัญชาตญาณ มุ่งเอาตัวรอด ควบคุมการทำงานของร่างกาย เช่น ดื่มน้ำเพราะกระหาย
2. ลิมบิกเบรน (Limbic Brain) หรือ โอลด์แมมมาเลียนเบรน (Old Mammalian brain) : Emotional Mind
เป็นส่วนสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยุคเก่า
Emotional command centre, running all basic social interactions, part conscious
ศูนย์ความคุมอารมณ์ มีส่วนร่วมกับสังคม เป็นส่วนที่ใช้สติ มีความรู้ตัว
3. คอร์เทกซ์ใหม่ (Neocortex Brain) : Analytical Mind
เป็นส่วนสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
Higher functions, analytical thinking, decision making (especially at the front)
ทำหน้าที่สูงขึ้น คิดวิเคราะห์ มีกระบวนการตัดสินใจ เป็นสมองส่วนหน้า
โดย  เจมส์ พาร์สันส์ (James Parsons)
http://www.iedp.com/Blog/Brain_Networks_Effective_Leadership

Triune Brain Theory

Triune Brain Theory

ทฤษฎีสมองสามส่วน (Triune brain theory)
It is for example meaningful for many people to distinguish between “head, heart and hands” or “thinking, feeling and gut instinct”
1. The Brain Stem (Reptilian Brain)
The oldest and most critical part of the brain for survival is the basal ganglia – sometimes called the reptilian brain as birds and other non mammals also primarily driven by this structure.
2. The Limbic System( Midbrain)
We share this part of the brain with cats and dogs which is why they make such good pets.
3. The New Brain
The neocortex, found only in certain “higher” mammals is associated with functions such as language, abstraction, planning and logical thought.
โดย มาร์ค เวลช์ (Mark Walsh, lead trainer at Integration Training)
http://integrationtraining.co.uk/blog/2010/10/brains-of-training-triune-brain-theory.html

เรื่อง กล้วย กล้วย

กล้วยแยก (banana split)

กล้วยแยก (banana split)

 

กล้วยน้ำว้าครับ หวีละ 10 บาท
แม่ค้ากำลังตัดออกจากเครือในตลาดอัศวิน
ระยะหลังผมเริ่มซื้อผลไม้เข้าบ้าน
เช่น กล้วยกับมะละกอ เพราะอยากอยู่มองดูโลกนาน ๆ 

http://naturalnoshing.wordpress.com/2011/08/17/banana-split/
banana


ท่านใดมีมาม่าซอง 5 บาทติดบ้าน
ผมว่าบางมื้อทานกล้วยครึ่งหวีก็อิ่มได้นะครับ
แต่มะละกอนี่ไม่แนะนำให้กินแทนข้าว เพราะไม่อิ่ม

เทียบกับน้ำโกโก้แก้วละ 25 บาท
ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนิดหน่อย
กับราคาของน้ำโกโก้ ที่ต่างกับราคากล้วยมากมาย

ปล. เรื่องนี้ทำให้นึกถึงคำว่า #bananasplit
เพราะสอนนักศึกษาเรื่องคำสั่ง split ก็จะยกมาถามทุกครั้งไป

 

ความหมาย และความจำเป็น กับคำว่ามืออาชีพ

แต่งหน้า อย่างกับมืออาชีพ

แต่งหน้า อย่างกับมืออาชีพ

ความหมาย และความจำเป็น ที่ต้องใช้มืออาชีพ
1. ความหมายของมืออาชีพ ของ สุรชัย เทียนส่ง ใน blog คณะเภสัชศาสตร์ ศิลปากร
มืออาชีพ คือ มือ + อาชีพ เอาคำสองคำนี้มาประสานกัน การทำงานคงต้องใช้มือในการลงมือทำ มือทำตามสมองและจิต  การงานใดที่เรามองว่ามันคืออาชีพ เราควรจะทำมันเต็มกำลังสามารถและควรจะพยายามรักษาอาชีพที่เราทำนั้นไว้ให้ดีที่สุด เมื่อเราทำเช่นนี้ เราก็จะมีความสามารถในงานที่เราทำเหนือใคร ๆ จนสามารถสอน บอกเล่า งานการที่เราทำนั้นแก่ผู้อื่นได้ ซึ่งอาจหมายถึงคำที่เขาเรียกกันว่า ผู้มีประสบการณ์
http://blog.pharm.su.ac.th/content/%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E

2. ความจำเป็นที่ต้องใช้ มืออาชีพ มาเป็น อาจารย์พิเศษ ของ ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวช นิเทศ ศิลปากร
ตอบคำถามเรื่อง “อะไรคือ ความตั้งใจแรกที่ คณะไอซีที ต้องอยู่บางรัก และมีอาจารย์พิเศษ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ สกอ. ประเมิน ไม่ผ่าน”
ว่า “คณะมีความตั้งใจ คือ ต้องการให้นักศึกษาจบไปแล้วทำงานเป็นเลย เพราะอย่างที่ทราบกันดี นายจ้างต้องเสียเวลาฝึกพนักงานใหม่เป็นเดือน พอเป็นงานแล้ว ก็เปลี่ยนงานใหม่ เพื่อปรับฐานเงินเดือน”
“เพราะเหตุนี้ มหาวิทยาลัยจึงต้องการผลิตบัณฑิต เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมได้ดี บัณทิตที่จบไป ต้องทำงานได้ทันที นี่คือ ความจำเป็นที่ต้องใช้ มืออาชีพ มาเป็น อาจารย์พิเศษ ”
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1365152611&grpid=03&catid=03

แถลงการณ์จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มศก.
เรื่อง การรับนักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2556

http://thainame.net/edu/?p=708

3. ถ้าหลักสูตรมีผู้มีประสบการณ์แสดงว่าเป็นจุดขาย ของ ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ชัยสำเร็จ นิเทศฯ หอการค้าไทย
“ต้องยอมรับว่ามหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรจำนวนมาก แต่อาจารย์สอนมีจำนวนจำกัด ทำให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องจ้างอาจารย์พิเศษมาสอน ซึ่งการจ้างอาจารย์พิเศษมาสอนถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้นักศึกษาได้เห็นมุมมอง ประสบการณ์ ความคิดใหม่ๆ จากอาจารย์พิเศษที่ส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้ความสามารถ อยู่ในแวดวงการทำงานธุรกิจนั้นจริงๆ”
คมชัดลึก ฉบับวันที่ 18 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)
http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32449&Key=hotnews


แต่งหน้าแบบมืออาชีพ