ความหมายของ Body Scan

body scan

body scan – ภาพโดย อ.วิเชพ ใจบุญ

ตรวจเช็คร่างกาย (Body Scan)
คือ เครื่องมือวิเคราะห์ที่สามารถประยุกต์ใช้กับประเด็นต่าง ๆ
โดยเปรียบเทียบประเด็นที่สนใจก็เหมือนกับร่างกายมนุษย์
สามารถแบ่งหมวดหมู่ให้สอดคล้องกับร่ายกาย
อาจแบ่งเป็น 2 ซีกให้ซีกซ้ายเป็นปัญหา และซีกขวาเป็นแนวทางแก้ไข
หรือแบ่งเป็นหัว มือ หัวใจ ร่างกาย และเท้า
ว่าแต่ละส่วนเชื่อมโยงกับประเด็นที่สนใจอย่างไร
อาทิ ให้น.ศ.มองสถานศึกษาเป็นร่างกาย แล้วฝึกวิเคราะห์

http://blog.nation.ac.th/?p=3495

 

นรภัทร นรศักดิ์

นรภัทร นรศักดิ์

นรภัทร นรศักดิ์ แบ่งปันประสบการณ์เรื่อง Body Scan ว่า
Body Scan หรือเราเรียกว่า ตุ๊กตาชุมชน คือ เครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาของคนกลุ่มหนึ่ง
ซึ่งเราใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มคน
ได้จากการวาดรูปตุ๊กตาขึ้นมาและนำส่วนบางส่วนในร่างกายมาเปรียบเทียบ
เช่น
1. หัว คือ สมองคน ความคิดของคน หรือ ความเชื่อ
2. มือ คือ การบริโภค ความสะอาด
3. ร่างกาย คือ ด้านสุขภาพของร่างกาย เช่น โรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น
4. หัวใจ คือ ด้านจิตใจอารมณ์ ความอ่อนไหว เป็นต้น
5. เท้า คือ เหมือนการเดิน เราก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้า การมีเป้าหมายเป็นของตัวเอง
ทั้งหมดนี้คือ ส่วนในร่างกายของตุ๊กตาชุมชน
เราจะแบ่งครึ่งคือจะมีเส้นแบ่งตรงกลางผ่าตัวของตุ๊กตาชุมชนตั้งแต่หัวจนถึงเท้า
ฝั่งซ้าย เราจะวิเคราะห์เชิง ปัญหาคนในกลุ่ม ในแต่ละส่วนของร่างกายตุ๊กตาชุมชน
ฝั่งขวา เราจะวิเคราะห์เชิง วิธีแก้ไข้ปัญหาในแต่ละส่วนของร่างกายตุ๊กตาชุมชน
เราสามารถนำตุ๊กตาชุมชน ไปปรับใช้ได้หลายระดับ
เช่น คนในครอบครัว กลุ่มเด็กนักเรียน กลุ่มนักศึกษาในมหาลัย
กลุ่มเพื่อนในที่ทำงาน เราสามารถประยุกต์ใช้ได้หลายกลุ่มชน

วสันต์ ศรีโชติ

วสันต์ ศรีโชติ

วสันต์ ศรีโชติ แบ่งปันประสบการณ์เรื่อง Body Scan ว่า
Body Scan เป็นเครื่องมือทางการคิดวิเคราะห์รูปแบบหนึ่ง
โดย เชื่อมโยง ลักษณะ สรีระร่างกาย
แบ่ง หมวดหมู่ตามการใช้งานให้สอดคล้อง กับ พฤติกรรม
ซึ่งแบ่ง กระบวนการ วิเคราะห์ เป็น 2 แบบ คือ สภาพปัญหา และ การแก้ไข
สรีระที่แบ่งนั้น ประกอบไปด้วย 5 ปัจจัย คือ หัว มือ หัวใจ ร่างกาย เท้า เป็นต้น
องค์ประกอบ ของปัญหาที่กล่าวมานั้น ยกตัวอย่างได้ คือ ตุ๊กตา มหาวิทยาลัยเนชั่น
ซึ่งจะทำการยก ปมปัญหา ที่เกี่ยวกับ นักศึกษา ในมหาวิทยาลัยเนชั่น มีแบบแผนดังนี้
1.ส่วนหัว (Head) สภาพปัญหา ความเชื่อ ทัศนคติ
ผมยกหัวข้อการช่วยเหลือและพึ่งพาตัวเอง เพราะการมาเรียนหนังสือ
มักจะมาเรียนตามเพื่อน หากเพื่อนไม่เรียนเราก้อไม่ไป อย่างนี้เป็นต้น
การแก้ไข ผมใช้หัวข้อ ธรรมะ เข้ามามีบทบาทกับ วิถีชีวิตของตน
หัวข้อคือ อฺตตาหิ อฺตตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
ควรช่วยเหลือตนเอง ก่อน จะขอความช่วยเหลือกับผู้อื่น
2. ส่วนมือ (Hand) การบริโภค นักศึกษาจะใช้ภาชนะที่ไม่สะอาดเป็นส่วนใหญ่
สังเกตจากสภาพแวดล้อม ที่ไม่เอื้อต่อการบริโภค และไม่รอบคอบในการทำความสะอาด
ภาชนะก่อนรับประทานอาหาร นำมาซึ่งพาหะ และโรคภัยไข้เจ็บ
การแก้ไขปัญหา ทำความสะอาดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม
เช่น สก๊อตไบท์ ที่บีบจนแห้งหลังการใช้งาน น้ำยาล้างจาน และเมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว
ควรเช็ด กับผ้าสะอาดให้แห้ง และเก็บไว้ในสถานที่ ที่ถ่ายเท
การใช้ช้อนส้อมของร้านอาหาร จะมีน้ำร้อน ให้เรานำช้อนส้อมไปลวกก่อนใช้งาน เป็นต้น
3.ส่วนหัวใจ (Heart) อารมณ์ สุขภาพจิต จิตใจ อ่อนไหว รู้สึกท้อ
ต่อการเรียน กดดัน ขาดกำลังใจ อยากมีคนรัก
การแก้ไขปัญหา สร้างกำลังใจจากคนรอบข้าง จากครอบ ครัว จากพ่อแม่
นอกเหนือ จากเวลาเรียน ทำกิจกรรมผ่อนคลาย ออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง
คนรัก ควรมีในแบบที่วางตัวเหมาะสม เป็นเพื่อนใจที่ดีต่อกัน
ผลักดัน ให้สำเร็จ ต่อความมุ่งหมาย เป็นต้น
4. ส่วนร่างกาย (Body) สุขภาพ ด้านร่างกาย และ ด้านต่าง ๆ
การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ความอ่อนแอของร่างกาย ความเกียจคร้านต่อการออกกำลังกาย
สภาพอากาศ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว การปรับสภาพร่างกาย
การแก้ไขปัญหา รับประทานหาร ที่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย
เช่น ผัก นม ผลไม้ เป็นต้น การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ การเตรียมพร้อมต่อโรคภัยไข้เจ็บ
ควรซื้อยา มาเผื่อไว้ที่ห้อง เช่น พารา ลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ปวดท้อง
หากไม่สบาย กินดัก ก่อนจะ ไม่ทันการ เพราะ ผลเสียที่ตามมา มีหลายอย่างนัก
5. ส่วนเท้า (Foot) จุดมุ่งหมาย การเดินไปข้างหน้า
จุดหมายที่ไม่แน่นอน อนาคตที่ไม่ชัดเจน สิ่งที่เรียนไม่สอดคล้องกับ อาชีพที่เลือกในอนาคต สับสนตนเอง
การแก้ไข กำหนดชีวิต และเป้าหมายของตนให้ชัดเจน
โดยเลือก จากสิ่งที่ชอบ เลือกและรักที่จะเรียน อย่างมีความสุข
เมื่อเป้าหมายมีแนวโน้มไปทางที่เรามุ่งหวังตั้งใจ
อะไรหลาย ๆ อย่างจะยิ่งชัดเจนและเด่นชัดขึ้น
บันทึกไว้ หลังจากได้รับการอบรมจาก คุณภัทรา มาน้อย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559

https://www.facebook.com/thaiall/photos/a.423083752271.195205.350024507271/10154169895332272/

ความหมายของต้นไม้ชุมชน

community tree

community tree – ภาพโดย อ.วิเชพ ใจบุญ

ต้นไม้ชุมชน คือ เครื่องมือวิเคราะห์ชุมชน
โดยแบ่งต้นไม้ออกเป็นส่วน ๆ ที่มีหน้าที่สัมพันธ์กัน
แล้วเปรียบเทียบว่าแต่ละส่วนของต้นไม้ก็เหมือนแต่ละส่วนของชุมชน
และให้คนในชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ว่าแต่ละส่วนที่ชุมชนมีนั้นมีอะไรบ้าง
ประกอบด้วย
1. ราก – ประวัติ วัฒนธรรม รากเหง้า
2. ลำต้น – ทรัพยากร
3. กิ่ง – เครือข่ายในชุมชน
4. ใบ – ผู้นำหาอาหารมาหล่อเลี้ยงทั้งต้น
5. ผล – สิ่งที่เจริญงอกงาม โดดเด่นได้จากองค์ประกอบข้างต้น

บางครั้งอาจพบการเปลี่ยนจากต้นไม้ชุมชนเป็นต้นไม้ปัญหา
เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา โดยแบ่งรากเป็นสาเหตุ ลำต้นเป็นปัญหา และผลเป็นผลกระทบ

ความรู้เรื่องต้นไม้ชุมชน และความเข้าใจของกลุ่มเป้าหมาย

วรวัช ไชยธิ

วรวัช ไชยธิ

วรวัช ไชยธิ แบ่งปันประสบการณ์เรื่อง ต้นไม้ชุมชน ว่า
เรื่อง ต้นไม้ชุมชน เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้การคิดวิเคราะห์
ในเรื่องของรายละเอียด ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา การเปลี่ยนแปลง หรือ สิ่งใหม่ที่เกิดกับชุมชน
แบ่งความสัมพันธ์ได้ 5 ส่วน คือ ราก ลำต้น กิ่ง ใบ ผล
1.ราก คือ ประวัติศาสตร์ รากเหง้า ของชุมชน
2.ลำต้น คือ ทรัพยาการที่ล่อเลี่ยงชุมชน
3.กิ่ง คือ ระบบความมสัมพันธ์ในชุมชน
4.ใบ คือ ผู้นำของชุมชน
5.ผล คือ ผลกำไรจากการประกอบอาชีพในชุมชน
5 ส่วนนี้มีความสัมพันธ์กันจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
และสามารถบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของแต่ละส่วนในชุมชนนั้น ๆ ได้

ณัฐชนน แก้วตัน

ณัฐชนน แก้วตัน

ณัฐชนน แก้วตัน แบ่งปันประสบการณ์เรื่อง ต้นไม้ชุมชน ว่า
ต้นไม้ชุมชน เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้การคิดวิเคราะห์
ในเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีหรือวิถีชีวิตของคนในชุมชน
ซึ่งจะแบ่งความสัมพันธ์ออกเป็น 5 ส่วน
คือ ส่วนของราก ลำต้น กิ่ง ใบ และผล ซึ่ง ส่วนต่างๆ มีความหมายดังนี้
1. ราก เปรียบเสมือนประวัติศาสตร์
2. ลำต้น เปรียบเสมือนวัฒนธรรมประเพณี
3. กิ่ง เปรียบเสมือนวิถีชีวิต
4. ใบ เปรียบเสมือนผู้นำชุมชน
5. ผล เปรียบเสมือนความเปลี่ยนแปลงในชุมชน
ซึ่ง 5 ส่วนนี้ หมายถึง การสืบทอดจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
หรือการเปลี่ยนแปลงจากอดีตสู่ปัจจุบันนั่นเอง
บันทึกไว้ หลังจากได้รับการอบรมจาก คุณภัทรา มาน้อย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559

https://www.facebook.com/thaiall/photos/a.423083752271.195205.350024507271/10154169876412272/

ความรู้เรื่องแผนที่ความคิด

mind map

mind map – ภาพโดย อ.วิเชพ ใจบุญ

แผนที่ความคิด (Mind Map)
คือ แผนผัง (Diagram) ที่ใช้แสดงแนวความคิดของมนุษย์ที่เชื่อมโยงความคิดต่าง ๆ จากจุดศูนย์กลาง
แล้วแตกแขนงออกไปเหมือนเส้นประสาทในสมองของมนุษย์ที่เชื่อมโยงกัน
โดยที่แผนที่ความคิดถูกสร้างขึ้นมา เพื่อใช้เป็นจุดกำเนิด หรือการเริ่มต้นในการทำงานต่าง ๆ
การเขียนแผนที่ความคิดจะมีโครงสร้างและแนวความคิดแตกต่างกันออกไป
ขึ้นอยู่ว่าจะนำมาเขียนในประเด็นอะไร
อาทิ นักศึกษาใช้เล่าเรื่อง programmer

http://blog.nation.ac.th/?p=3502

อ้างอิงจาก บทความแผนที่ความคิดของ ดร.อาณัติ รัตนถิรกุล
ที่ http://www.arnut.com/b/node/286
ซึ่ง อ.วิเชพ ใจบุญ ได้แบ่งปันมาในกลุ่มเฟสบุ๊ค

พิทยา กานต์อาสิญจ์

พิทยา กานต์อาสิญจ์

พิทยา กานต์อาสิญจ์ แบ่งปันประสบการณ์เรื่อง Mind Mapping ว่า
Mind Mapping เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ดี และกว้างมากในการเขียนแผนผังความคิดที่ไม่มีขอบเขต
สามารถที่จะเขียนเรื่องราวได้จากหัวข้อเดียว
แล้วขยายเป็นรากแยกออกไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุดที่จะจำกัดความคิดของเราได้
แต่ต้องมีความรู้ด้านนั้น ๆ เพื่อเขียนออกมาเป็นเรื่องราว
ถ้าหากไม่มีความรู้เกี่ยวกับด้านนั้นจริง ๆ ควรไปศึกษาสิ่งที่ต้องการเขียนออกมาก่อน
ไม่งั้นจะไม่สามารถเขียนอะไรออกมาได้เลย ถึงจะชอบเรื่องนั้น ๆ มากก็ตามครับ
บันทึกไว้ หลังจากได้รับการอบรมจาก คุณภัทรา มาน้อย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559

https://www.facebook.com/thaiall/photos/a.423083752271.195205.350024507271/10154169848602272/

ความหมายของโอ่งชีวิต

โอ่งชีวิต

โอ่งชีวิต – ภาพโดย อ.วิเชพ ใจบุญ

โอ่งชีวิต หรือโอ่งเศรษฐกิจ
คือ เครื่องมือช่วยวิเคราะห์เศรษฐกิจของชุมชน หรือบุคคล
ว่ามีสิ่งใดเป็นรายรับ สิ่งใดเข้ามาเป็นประโยชน์ หรือเข้ามาสนับสนุนชุมชน
และมีสิ่งใดเป็นรายจ่าย สิ่งใดรั่วไหลออกไป หรือเป็นต้นทุนที่ต้องจ่าย
หากรู้ที่มาของรายรับ และที่ไปของรายจ่าย ก็จะเป็นข้อมูลในการจัดการ
ด้วยการเพิ่มรายรับ และลดรายจ่ายต่อไป
อาทิ นักศึกษาใช้โอ่งชีวิตช่วยวิเคราะห์รายรับ รายจ่าย ด้านการศึกษาของตนเอง

http://blog.nation.ac.th/?p=3505

จิรายุ คำแปงเชื้อ

จิรายุ คำแปงเชื้อ

จิรายุ คำแปงเชื้อ แบ่งปันประสบการณ์เรื่อง โอ่งชีวิต ว่า
โอ่งชีวิต เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้การคิดวิเคราะห์
สำหรับโอ่งชีวิตเป็นเครื่องมีที่มีประโยชน์สามารถนำไปใช้กับชุมชนก็ได้ ใช้กับตนเองก็ได้
เพื่อที่เราจะได้รู้รายรับที่เข้ามาและรายจ่ายที่ออกไปและเงินออมของเรา
ในภาพประกอบไปด้วย ก็อกน้ำเปรียบเหมือนรายรับที่เข้ามาของเดือนนั้น
โอ่งเปรียบเหมือนเงินเก็บของเราในเดือนนั้น
และรอยรั่วเปรียบเหมือนรายจ่ายที่ออกไปในเดือนนั้น
สำหรับผมก็อยากจะรู้ว่ารายรับที่ผมได้มาทำไมมันไม่พอใช้ ผมก็ได้มาเยอะนะ(ต่อเดือน)
ผมก็เลยเขียนรายจ่าย ตรงรอยรั่วนั้นลงไป ทำให้ผมได้รู้เลย
ทำไมรายจ่ายของผมถึงไม่พอ เพราะผมไปใช้ในเรื่องไร้สาระนั้นเอง แถมใช้ไปเยอะด้วย
อาทิเช่น แทงบอล เที่ยว กินเหล้า ซื้อรองเท้า ซื้อเสื้อผ้า ฯลฯ
ผมก็เลยตัดการใช้จ่ายบางรายการออกไปและลดการใช้จ่ายบางรายการดู
ผมนี้ตกใจเลย เงินที่ได้มาเหลือเยอะขนาดนี้เลยหรือนี้
ถ้าผมทำอย่างนี้บ่อย ๆ ผมอาจจะมีโอ่งใบเล็ก ๆ ที่รองรอยรั่ว เปรียบเหมือนเงินออมนั้นเอง
บันทึกไว้ หลังจากได้รับการอบรมจาก คุณภัทรา มาน้อย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559

https://www.facebook.com/thaiall/photos/a.423083752271.195205.350024507271/10154169831892272/

กระบวนการทุจริต แบบใช้อุปกรณ์ร่วมกับการรับจ้างสอบ

วิธีที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และดำเนินการกันอย่างเป็นระบบ

วิธีที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และดำเนินการกันอย่างเป็นระบบ

การทุจริตเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่พบว่าทำได้หลายวิธี
หากเป็นวิธีที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และดำเนินการกันอย่างเป็นระบบ
มีองค์ประกอบสำคัญดังนี้ input device + process + output device
โดยปกติมักมี 1 input device และ 1 process
แต่จะมีหลาย output device ที่รับผลจากการประมวลผล

ข่าวเนชั่น 8 พ.ค.59 พบว่ามีการทุจริตสอบเข้า 3 คณะ
ทั้ง 3 คณะ มีเด็กสอบทั้งหมดกว่า 3 พันคน คณะแพทย์รับ 30 คน ทันตแพทย์รับ 50 คนและเภสัชรับ 50 คน
กระบวนการทุจริตมีขั้นตอนดังนี้
1. มีนักศึกษารับจ้างสอบ
2. ส่งข้อสอบให้คนข้างนอกที่เป็นแหล่งเฉลย
3. ส่งคำตอบกลับไปให้นักเรียนที่โกงสอบ
จ่ายก่อน 5 หมื่นบาท แต่หากสอบติดต้องจ่าย 8 แสนบาท
http://www.nationtv.tv/main/content/social/378500874/
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1462696231

1 มีนาคม 2551 เคยมีนักเรียนสอบ O-net
แล้วใช้ PhoneOne P001 เป็นเครื่องมือทุจริตในการสอบ

10 มีนาคม 2555 ก็ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ช่วยสื่อสาร
เพื่อทุจริตในการสอบตำรวจชั้นประทวนมาแล้ว
http://hilight.kapook.com/view/72505

Sanko Mita Mamma Video Camera Glasses
แว่นตาบันทึกคลิ๊ปวีดีโอ บันทึกได้ประมาณ 3 ชั่วโมง
ความละเอียดระดับ Full HD 1920 * 1080
ราคาไม่ถึง $100 หรือไม่ถึง 3000 บาท
http://www.thanko.jp/product/3094.html
http://mikeshouts.com/sanko-mita-mamma-video-camera-glasses/

Smartwatch phone – imac wear m7 ใช้ Android 4.2.2
ราคา $229 ประมาณ 7000 บาท
http://www.imacwear.com/imacwear-m7/
http://th.aliexpress.com/item/2015-NEW-IMacwear-M7-Orange-Fashion-3G-Smartwatch-Phone-Android4-2-2-GPS-Sports-Pedometer-Heart/32309657650.html