กศน.ย้ำเพิ่มผู้เรียนอาชีวะต้องรุมกันทำ เตรียม 2 ยุทธศาสตร์ควานหาผู้เรียน

3 ธันวาคม 2556

นายสุรพงษ์ จำจด รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มี นโยบายเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพต่อสายสามัญ จาก 36 ต่อ 64 เป็น 51 ต่อ 49 ในปี 2558 เพื่อผลิตบุคลากรสายอาชีพที่มีแนวโน้มขาดแคลนอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงาน กศน.นั้น ในส่วนของสำนักงาน กศน.ได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวไว้ 2 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1. สำนักงาน กศน.จะจัดการเรียนการสอน ปวช.สำหรับผู้เรียนนอกระบบเอง โดยใช้หลักสูตรปวช. ของ สอศ.แต่จะปรับให้สอดคล้องไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ และที่สำคัญจะประสานกับสถานประกอบการในพื้นที่เข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาคี เพื่อให้ผู้เรียนได้เน้นการฝึกปฏิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การเรียนอาชีวศึกษามีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายเปิดอย่างน้อยจังหวัดละ 1 ห้องเรียน และห้องเรียนละ 40 คน

นายสุรพงษ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับยุทธศาสตร์ที่ 2 จะเน้นกระบวนการแนะแนว โดยใช้สำนักงาน กศน.ตำบลเป็นฐานในการรณรงค์และกระจายข้อมูลข่าวสาร เพราะมีห้องเรียนกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ทั้ง 7,406 ตำบล แล้วจึงส่งต่อผู้เรียนให้แก่สอศ. โดยกศน.จะขอสื่อประชาสัมพันธ์ที่จะใช้ในการรณรงค์จากสอศ.เพื่อนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ในชุมชน เช่น หอกระจายข่าว หรือวิทยุชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายของกศน.จะต่างจากของ สอศ. เพราะผู้เรียนของกศน.จะเป็นกลุ่มวัยแรงงานที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และทำงานอยู่แล้ว แต่ต้องการพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่ตนเอง ซึ่งการดำเนินการทั้ง 2 ยุทธศาสตร์ ตนมั่นใจว่าจะช่วยให้ผู้ที่อยู่นอกระบบมีโอกาสเข้าถึงการเรียนอาชีวะได้มากขึ้น และจะตรงกับความต้องการของผู้เรียนด้วย

“การเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพให้ประสบความสำเร็จตามนโยบายนั้น ผมเห็นว่าต้องมีการบูรณาการการทำงานในพื้นที่ร่วมกัน มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เมื่อทุกฝ่ายช่วยกันทำเชื่อว่าจะเปลี่ยนวิธีคิดของคนได้ แต่หากทำงานแบบต่างคนต่างพาย แม้จะไปได้ แต่เมื่อไหร่จะไปถึง ดังนั้นการประกอบร่างมาทำงานร่วมกันจะมีพลังมากกว่า” นายสุรพงษ์ กล่าว.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 3 ธ.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

ww.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34968&Key=hotnews

 

facebook twitter