สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายของผู้สอบผ่านข้อเขียน โควตา มช.

แผนที่อาคารเรียนรวม

แผนที่อาคารเรียนรวม

แผนที่อาคารเรียนรวม

แผนที่อาคารเรียนรวม

ในวันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2560 เวลา 8.30 – 10.30น.
นักเรียนในเขตพัฒนาภาคเหนือฯ
จะมีการสอบสัมภาษณ์ ในหลายอาคาร ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อาทิ ณ อาคารเรียนรวมหลังที่ 5
สำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ก็มีหลายหลักสูตร หลายสถาบัน ที่ผ่านเข้าถึงรอบ
สัมภาษณ์ผู้สอบผ่านข้อเขียนการสอบคัดเลือกนักเรียนในเขตพัฒนาภาคเหนือฯ
หรือที่เรียกว่าโควตามหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ประกาศห้องสอบสัมภาษณ์มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน

ประกาศห้องสอบสัมภาษณ์มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน

 

ประกาศห้องสอบสัมภาษณ์มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน
วันที่ 28 มกราคม 2560 เวลา 8.30 – 12.00 น.
1. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาคาร RB5 ห้อง 5101
2. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ อาคาร RB5 ห้อง 5103 และ 5104
3. มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาคาร RB5 ห้อง 5201 และ 5205
4. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อาคาร RB5 ห้อง 5202 และ 5203
5. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร RB5 ห้อง 5301 และ 5305
6. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาคาร RB5 ห้อง 5302, 5303 และ 5304
7. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ อาคาร RB5 ห้อง 5401
8. มหาวิทยาลัยศรีปทุม อาคาร RB5 ห้อง 5402 และ 5403

กำหนดการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กำหนดการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กำหนดการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กำหนดการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

การสร้างนิสัยแห่งความสุข 20 ประการ

การสร้างนิสัยแห่งความสุข 20 ประการ จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่ามี 2o นิสัยนี้ที่จะทำให้เรามีความสุข (Happiness) ซึ่งเพื่อนรักและใจดีแชร์มา บอกว่าให้แชร์คนที่รักต่อไป .. จัดปายยย

Harvard Research Reveals 20 Habits
That Will Make You Happy, Guaranteed!

1. Be Grateful .. สำนึกบุญคุณคนที่ดีต่อเรา
2. Choose Your Friends Wisely .. เลือกเพื่อนอย่างชาญฉลาด
3. Cultivate Compassion .. ให้ความเห็นอกเห็นใจแก่คนอื่น
4. Keep Learning .. หมั่นเรียนรู้
5. Become a Problem Solver .. เป็นผู้แก้ปัญหาได้
6. Do What You Love .. ทำในสิ่งที่คุณรัก
7. Live in the Present .. อยู่กับปัจจุบัน
8. Laugh often .. หัวเราะบ่อย ๆ
9. Practice Forgiveness .. ฝึกการให้อภัย
10. Say Thanks often .. กล่าวขอบคุณเสมอ
11. Create Deeper Connections .. สร้างความสัมพันธ์ลึกล้ำ
12. Keep Your Agreement .. รักษาสัญญา คำพูด
13. Meditate .. ทำสมาธิ
14. Focus on What You’re Doing .. ตั้งมั่นในสิ่งที่กำลังทำ
15. Be Optimistic .. มองโลกในแง่ดี
16. Love Unconditionally .. รักอย่างไม่มีเงื่อนไข
17. Don’t Give up .. อย่ายอมแพ้
18. Do Your Best and then Let it Go .. ทำดีที่สุดแล้วอย่ายึดติด
19. Take Care of Yourself .. ดูแลตัวเอง
20. Give back to society .. ตอบแทนสังคม

http://www.cycleharmony.com/healthy-living/emotional-wellbeing/harvard-research-reveals-20-habits-that-will-make-you-happy-guaranteed
http://www.huffingtonpost.com/andrew-merle/top-20-habits-for-happine_b_9835174.html

ตีแสกหน้าอาจารย์คอม กับความเสี่ยงของโปรแกรมเมอร์

ในความเห็นของผม

ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สะท้อนภาพความเสี่ยงของมหาวิทยาลัย และอาจารย์ และหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อสร้างความตระหนัก และจัดทำแผนการจัดการความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสที่ความเสี่ยงเหล่านั้นจะเกิดขึ้น เห็นการสะท้อนแรง ๆ ที่ของใช้คำว่า ตีแสกหน้า เพราะหวังจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว

ซึ่งเรื่องนี้หัวหน้าแชร์มา แล้วผมก็นำไปเล่าต่อ แล้วก็ repost ส่วนของ quote และ บทความ อีกหลายที่ครับ เพราะเป็นสิ่งที่ควรตะหนักกัน

 

เคยอ่านบทความ 2 เรื่อง เขียนโดย ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ท่านเขียนบทความลง manager online มีความสนใจในหลายเรื่อง โดยเฉพาะความเสี่ยง (Risk Management) และความเสี่ยงที่ใกล้ตัว คือ สถาบันการศึกษา และ อาชีพอาจารย์

ใครที่สนใจเรื่องความเสี่ยง คาดไว้ก่อนว่าต้องทำงานประกันคุณภาพ เคยเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งในเรื่องการบริหารจัดการ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้ ดร.อานนท์ มาอยู่ในเว็บเพจหน้านี้ บทความ 2 เรื่องที่ท่านเขียน กระแทกเข้ามาที่อาชีพ โปรแกรมเมอร์ และวิทยากรคอมพิวเตอร์ สำหรับผมแล้ว จิ้งจกทักยังต้องเหลียวไปมอง ดังนั้นสิ่งที่ท่านกระแทกมา นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจด้าน Developer จะวางเฉยได้ไง ถ้า ดร.อานนท์ กระแทกเข้ามาซึ่งหน้าแบบนี้แล้ว แล้วอาจารย์หรือนักศึกษาที่เกี่ยวข้องยังวางเฉยได้ ก็อ่ะนะ เรียก สงบ สยบ เคลื่อนไหว ก็แล้วกัน แล้วบทความของท่านเขียนมายาว ผมคัดลอกฉบับเต็มให้นักศึกษาผมได้อ่านที่ /webmaster/responsive

 

จากบทความเมื่อ 25 พฤษภาคม 2559
ที่ท่านเขียนถึงมหาวิทยาลัย

ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งเปิดสอนกันแทบทุกสถาบันในประเทศไทย แต่บริษัทเอกชนกลับหาคนมาทำงานด้าน Computer ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและต้องการคนเก่งคนมีความรู้ความสามารถอีกมากได้ยากมาก บัณฑิตด้าน computer sciences จำนวนมากจากหลายสถาบันไม่สามารถเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้จริงได้เลย หรือในอีกด้านเราผลิตคนที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดและมีคุณภาพไม่เพียงพอ
http://www.manager.co.th

 

จากบทความเมื่อ 28 ธันวาคม 2559
ที่ท่านเขียนถึงอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

ทุกวันนี้ประเทศไทยขาดแคลนโปรแกรมเมอร์อย่างรุนแรง มีคนสมัครมาก แต่คุณภาพนั้นมีปัญหา ทำงานไม่ได้จริง ไม่ตรงตามสิ่งที่ภาคเอกชนและภาคธุรกิจใช้กันในปัจจุบัน ประกอบกับนักศึกษาก็ไม่อยากเรียนอะไรที่ยาก ชอบเรียนอะไรง่ายๆ สบายๆ ซึ่งเป็นการทำลายตนเองในระยะยาวอยู่ดี น่าเห็นใจอาจารย์ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก โลกของดิจิทัลและวิทยาการข้อมูลกำลังรุกล้ำเข้ามาอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจที่ใช้ความรู้และนวัตกรรมเป็นฐานทำให้อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมากตกยุค อาจารย์มหาวิทยาลัยคงไม่สามารถสอนเรื่องเดิมๆ ที่ตนเองเคยเรียนมาเมื่อ 20-30 ปีก่อนได้อีกต่อไป
http://www.manager.co.th

ยินดียิ่งแล้ว แขกแก้วมาเยือนที่ทำงาน

Lampang 2020

Lampang 2020

ntc 2015 conference

ntc 2015 conference

ntu fut 2016 symposium

ntu fut 2016 symposium

ทุกมหาวิทยาลัยก็จะมีความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
หลายมหาวิทยาลัยจะมีความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
เช่น มหาวิทยาลัยเนชั่น มีความสัมพันธ์กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฟุคุอิ
ได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวิชาการร่วมกันทุกปี
โดยเฉพาะการประชุมวิชาการที่จัดมาตั้งแต่ปี 2014
บางปีก็เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น
และปีนี้ (2016) ก็มีกิจกรรมร่วมกันมากมาย

กิจกรรมดูงานในลำปางมีแผน ดังนี้
3 ธ.ค.59
– ชมกาดกองต้า
4 ธ.ค.59
– ดูการผลิตข้างแต๋น
– ดูงานกลุ่มตีมีดบ้านขามแดง
– ดูงานการผลิตเซรามิค
5 ธ.ค.59
– เยี่ยมศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
– เยี่ยมวัดพระธาตุลำปางหลวง
6 ธ.ค.59
กิจกรรมทางวิชาการในห้อง Auditorium, NTU, Lampang

3 ธันวาคม 2559

3 ธันวาคม 2559

4 ธันวาคม 2559

4 ธันวาคม 2559

5 ธันวาคม 2559

5 ธันวาคม 2559

6 ธันวาคม 2559

6 ธันวาคม 2559

24 – 26 มกราคม 2557
http://www.nation.ac.th/ntc2014/

13 – 14 ธันวาคม 2557
http://www.nation.ac.th/ntc2557/

18 ธันวาคม 2558
http://www.nation.ac.th/ntc2015/

3-6 ธันวาคม 2559
http://www.nation.ac.th/ntc2016/

6-14 ตุลาคม 2558
โครงการ: Joint Symposium between NATION UNIVERSITY and Fukui University of Technology
http://www.nation.ac.th/news-detail.php?main=fpdazyrr//243&content=465
https://www.facebook.com/NationUNews/posts/886858211391265:0

Joint Symposium between NATION UNIVERSITY and Fukui University of Technology

Joint Symposium between NATION UNIVERSITY and Fukui University of Technology

การเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2558

มีคู่มือมากมายที่ค้นหาได้ในอินเทอร์เน็ต

การขออนุญาตเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2558

การขออนุญาตเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2558

พบ ประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา
เรื่อง คู่มือการขออนุญาตเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2558
ประกาศวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2558
การเปลี่ยนประเภทมีสาระสำคัญ 4 หมวด ใน 15 หน้า
หมวดที่ 1 การยื่นคำขอ และเอกสารหลักฐาน
หน้า 1 – 3
หมวดที่ 2 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
หน้า 4 – 12
หมวดที่ 3 การจัดทำข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
หน้า 13
หมวดที่ 4 ขั้นตอนในการพิจารณาอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
หน้า 14 – 15
เอกสารนี้ลงนามโดย รองศาสตราจารย์ คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ
ประธานกรรมการคณะกรรมการการอุดมศึกษา

 

 

พบว่ามีประเด็นสำคัญมากมาย
อาทิ

หน้า 5 ข้อ 1.3 ประเภท
(1) มหาวิทยาลัย : ให้การศึกษาและส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง
โดยต้องเปิดสอนทั้งกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และกลุ่มสาขาวิชาสังคมศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์
โดยแต่ละกลุ่มสาขาวิชาหลักต้องประกอบด้วยระดับปริญญาตรี
อย่างน้อย 3 สาขาวิชาย่อย และระดับปริญญาโทอย่างน้ อย 1 สาขาวิชาย่อย
ซึ่งรวม 2 กลุ่มสาขาวิชาหลักแล้ว
มีระดับปริญญาตรีไม่น้อยกว่า 6 สาขาวิชาย่อย และระดับปริญญาโทไม่น้อยกว่า 2 สาขาวิชาย่อย
และต้องปฏิบัติภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาอย่างครบถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

https://www.facebook.com/groups/thaiebook/723383757812445/

เกณฑ์ที่สกอ.เขียนให้ทุกมหาวิทยาลัยไม่เหมาะกับบริบทของมหาวิทยาลัย ถ้าเขียนเกณฑ์เองจะเหมาะกว่า

13 universities

13 universities

อ่านข่าวจากเดลินิวส์ว่า
10 พ.ค.59 ผศ.ดร.ประเสริญ คันธมานนท์ เปิดเผยว่าสมาชิก ทปอ. จำนวน 13 จาก 27 แห่ง
ได้ทำหนังสือถึง สกอ. เพื่อแจ้งให้ทราบว่า จะดำเนินการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน
ที่เหมาะสมบริบทของมหาวิทยาลัยแทน
การใช้ระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษาของ สกอ.
http://www.dailynews.co.th/education/396662
http://www.cheqa.mua.go.th/

ข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับ smartphone

ข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับ smartphone

แล้วก็ไปอ่านข้อคิดดี ๆ จาก FB Wiriyah Eduzones
ว่าเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย
“สามารถใช้โทรศัพท์เครื่องเดียว ตอบได้ทั้งหมด”
https://www.facebook.com/ajWiriya/photos/pb.109357035752956.-2207520000.1463187905./1111516935536956/

hair style

hair style

การเรียนหนังสือ
เค้าก็บอกว่าไม่ได้ใช้ทรงผม แต่ใช้สมองในการเรียนหนังสือ
โดยเปรียบเทียบให้เห็นว่ามีคน 2 คนคุยกัน
ครูไทย กับ นักเรียนญี่ปุ่น โดยครูไทยถามว่า
ที่ญี่ปุ่นเค้าไม่มีกฎเรื่องทรงผมหรอ
นักเรียนที่ญี่ปุ่นคนหนึ่งตอบว่า”พวกเราใช้สมองเรียนค่ะ ไม่ได้ใช้ทรงผม
นี่ถ้าถามได้อีกข้อ คงถามว่า
ที่ญี่ปุ่น/เกาหลี เค้ามีแบบฟอร์มนักเรียนสวย ๆ ด้วยหรอ
คำตอบคงไม่สำคัญครับ .. เพราะผมว่าชุดนักเรียนญี่ปุ่นสวยดี
https://www.facebook.com/ajWiriya/photos/pb.109357035752956.-2207520000.1463188423./1108208335867816/

 

ศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย กระทรวงการคลัง

thai consultant

thai consultant

8 เม.ย.59 ได้รับแจ้งจาก อ.ดร.ทันกวินท์   รัฐวัฒก์อังกูร
ว่า มหาวิทยาลัยเนชั่นได้หนังสือเรื่อง “แจ้งผลการจดทะเบียนที่ปรึกษาไทย
ที่ กค 0910/1050 จาก นายวิสุทธิ์ จันมณี ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ ปฏิบัติราชการแทน
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ว่า
ศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย กระทรวงการคลังได้จดทะเบียนให้มหาวิทยาลัยเนชั่น
เป็นที่ปรึกษาระดับ B หมายเลข 4304 เรียบร้อยแล้ว
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2559 .. และมีอายุ 2 ปีนับจากวันจดทะเบียน
โดยค้นข้อมูลได้ที่ http://www.thaiconsult.pdmo.go.th/ThaiConsult/mainframe/search
ค้นคำว่า “มหาวิทยาลัย” เมื่อ 8 เมษายน 2559 พบผลการสืบค้นทั้งสิ้น 128 รายการ

http://www.thaiconsult.pdmo.go.th/ThaiConsult/mainframe/search#sthash.bFczslJe.dpuf

มหาวิทยาลัยเนชั่น มีเลขทะเบียนที่ปรึกษา คือ 4304

15 ต.ค.57 มีโอกาสพูดคุยกับ อ.นงลักษณ์ สุวรรณวิชิตกุล เรื่องการเป็นที่ปรึกษา
แล้วติดต่อกับส่วนราชการ มีรายละเอียดพอสมควร ผมก็จำได้ไม่ได้บ้าง
เพราะเคยสนใจ เมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว
มาค้นดูอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าประเทศไทยเราพัฒนาไปเรื่อย ๆ ในทางที่ดีขึ้น

ที่ปรึกษาในศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย กระทรวงการคลัง พบ มหาวิทยาลัยอยู่ 134 รายการ

ที่ปรึกษาในศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย กระทรวงการคลัง พบ มหาวิทยาลัยอยู่ 134 รายการ

ความหมายของที่ปรึกษา
ที่ปรึกษาคือ ผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งอาจเป็นรายบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็น ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่ต้องมีจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างสูง และมีความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ และความสามารถให้บริการที่ปรึกษา และเสนอแนะ ความรู้ทางวิชาการในสาขาต่างๆ อาทิ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์ สังคม และการเมือง ทั้งนี้ รูปแบบการให้บริการประกอบด้วย การศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนโดยพิจารณาด้านเทคนิค เศรษฐกิจ การเงิน สังคม และสิ่งแวดล้อม การศึกษาสำรวจและออกแบบในรายละเอียดทางด้านวิศวกรมและสถาปัตยกรรม และการวางแผนและควบคุมการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่และซับซ้อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานหลายๆ ด้าน โดยจำเป็นต้องใช้วิศวกรที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีความรู้ความสามารถและ ประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางเทคนิค วิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ การเงิน และการบริหาร เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อหาวิธีการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ว่าจ้าง
http://www.thaiconsult.pdmo.go.th/12

ขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียนที่ปรึกษา
http://www.thaiconsult.pdmo.go.th/21

registration flow

registration flow

หลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่นจด/ต่อ/เพิ่มเติม/ปรับสถานะทะเบียนที่ปรึกษาไทย
สำหรับที่ปรึกษานิติบุคคล
1.หนังสือแสดงความประสงค์ขอจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษานิติบุคคลถึงผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะจำนวน 1 ฉบับ ดาวน์โหลด ที่นี่
2. เอกสารประกอบกรณีห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบริษัท
– สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท (นายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน, ทุนจด    ทะเบียน 1 ล้านบาทขึ้นไป)
– สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
– สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (นายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน)
– สำเนาเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท
– สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.20)
– สำเนาใบประกอบวิชาชีพ สำเนาใบสมาชิกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษา หรือสมาคมต่างๆที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
– อื่นๆ
3. เอกสารประกอบกรณีองค์กรอื่นๆ เช่น มูลนิธิ สมาคม หรือสถาบันการศึกษา (ในกรณีที่เป็นมูลนิธิ จะต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นมูลนิธิประเภทใด เช่น มูลนิธิเพื่อการกุศล มูลนิธิเชิงพาณิชย์ หรือ อื่นๆ)
– พระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กร/ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
– สำเนารายชื่อกรรมการ/คณะผู้ดำเนินการขององค์กร
– งบการเงิน
– รายงานประจำปี (Annual Report)
– สำเนาประจำตัวผู้เสียภาษีขององค์กร
– อื่นๆ
4. เอกสารประกอบโครงการ
– สำเนาหนังสือสัญญาว่าจ้างเป็นที่ปรึกษาที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดของลักษณะงานที่ทำ บุคลากรที่ดำเนินโครงการ จำนวนคน-เดือน (man-month) และอัตราค่าจ้าง ระยะเวลาดำเนินโครงการ และมูลค่าตามสัญญาจ้าง
– ถ้าโครงการยังไม่แล้วเสร็จ ทางศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาจะไม่พิจารณาโครงการนั้น
หมายเหตุ กรณีจดทะเบียนเพิ่มเติม หรือต่อทะเบียนการเป็นที่ปรึกษา ที่ปรึกษายื่นเอกสารโครงการเฉพาะที่เพิ่มเติมเท่านั้น
5. เอกสารบุคลากร
– รูปถ่าย 1 นิ้ว หน้าตรง จำนวน 1 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้แทน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– ประวัติการทำงานโดยละเอียด (อย่างน้อยต้องระบุปี พ.ศ.)
– หลักฐานการศึกษา (ใบปริญญาบัตร หรือ Transcript)
6. การรับรองความถูกต้องของเอกสาร
– เอกสารทุกชนิด ทุกหน้า ต้องประทับตราบริษัท และรับรองความถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลฯ จะไม่รับจดทะเบียน และจะดำเนินการลบรายชื่อที่ปรึกษาออกจากฐานข้อมูลที่ปรึกษา หากตรวจพบว่าที่ปรึกษาเสนอข้อมูลจดทะเบียนมาไม่ถูกต้องกับข้อเท็จจริง
7. เอกสารต้องเจาะใส่แฟ้ม 2 ห่วง
http://www.thaiconsult.pdmo.go.th/22

บริการค้นที่ปรึกษาในศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย กระทรวงการคลัง
พบว่ามีประเภทนิติบุคคล : มหาวิทยาลัย พบทั้งหมด 134 รายการ
http://www.thaiconsult.pdmo.go.th/ThaiConsult/mainframe/search
ที่ปรึกษามี 4 สถานะ
1. สถานะ Active แสดงสถานะ สมาชิก
2. สถานะหมดอายุและไม่ได้ทำการต่อทะเบียนที่ปรึกษา หรือ Not Acitve
3. ต่ออายุที่ปรึกษา หรือ เพิ่มเติมโครงการ/ปรับสถานะ และยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
4. สถานะถูกเพิกถอน

สิทธิในการฟ้องคดี กับเสรีภาพวิชาการ

มีประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณี คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) ฟ้องคดีนักวิชาการ และสื่อมวลชนว่า เป็นสิทธิอันชอบธรรมของ กทค.

โดย จักร์กฤษ เพิ่มพูล จาก กรุงเทพธุรกิจ
http://bit.ly/13FdELP
http://blog.nation.ac.th/?p=2832

ทั้งในฐานะส่วนตัว และองค์กรที่จะฟ้องคดีคนที่ทำให้พวกเขาเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ ในขณะเดียวกันก็มีประเด็นโต้แย้งว่า ถึงแม้จะเป็นการใช้สิทธิ แต่เป็นการใช้ในลักษณะลิดรอนในการแสดงความคิดเห็นของนักวิชาการ และสื่อมวลชน ซึ่งได้รับรองโดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่

ความเป็นธรรมเรื่องที่ กทค. ใช้เป็นฐานความผิด ในการฟ้องคดีนี้ คือ การวิพากษ์เรื่องสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1800 ซึ่งเป็นประเด็นสาธารณะ แม้จะกระทบพาดพิงไปถึงบุคคลที่ประกอบขึ้นเป็น กทค.บ้าง ก็ถือว่า กทค. เป็น public figure หรือบุคคลสาธารณะด้วย บุคคลสาธารณะย่อมได้รับการยกเว้น ในการที่สื่อหรือสาธารณชนจะติดตาม ตรวจสอบ หรือนำเสนอเรื่องราวของเขาเหล่านั้น และหากพิจารณาประกอบกับข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท เรื่องประเด็นสาธารณะ การแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมต่อสาธารณะ ในประมวลกฎหมายอาญา ก็มีคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดีเป็นบรรทัดฐาน

คำว่า ใช้สิทธิในการลิดรอนเสรีภาพ หรือการแสดงออกในลักษณะข่มขู่ คุกคาม นอกเหนือจากการใช้สิทธิตามกฎหมาย เช่น ขู่จะฟ้องทั่วราชอาณาจักร ซึ่งทำไม่ได้โดยข้อกฎหมาย หรือข้อหา คำขอท้ายฟ้องที่มุ่งหมายจะแก้แค้นตอบแทนในแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน มุ่งหมายจะให้จำเลยรับโทษหนักกว่าที่ควร อาจตีความได้ว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ซึ่งในทางคดีแพ่งเขียนไว้ชัด แต่ในคดีอาญา ประมวลกฎหมาย มาตรา 175 บอกว่า ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา หรือว่ากระทำความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

หากพิเคราะห์ในแง่เสรีภาพ นักวิชาการ และสื่อมวลชน
ใช้เสรีภาพจนเกินขอบเขต หรือไม่มีความรับผิดชอบหรือไม่

การใช้เสรีภาพจนเกินเลยไปจากหน้าที่นักวิชาการ ที่มุ่งจะเสนอแง่มุมทางวิชาการด้วยเหตุ และผลเพื่อให้สังคมตื่นรู้และเท่าทันบางเรื่องราวที่ยากเข้าถึงและเข้าใจ หรือการใช้เสรีภาพของสื่อในการรายงานและอธิบายปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น ในกรณีนี้ ไม่มีประเด็นที่จะชี้ให้เห็นเลยว่า สื่อและนักวิชาการได้ใช้เสรีภาพในทางที่จะไปกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียงของบุคคลใดในฐานะส่วนตัวเลย ตรงกันข้าม กลับแสดงให้เห็นว่า กทค. ใน กสทช. กำลังใช้สิทธิโดยไม่เข้าใจบริบท หรือบทบาทของนักวิชาการ และสื่อ ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อ กสทช. มากกว่า

การฟ้องร้องครั้งนี้กลับยิ่งทำให้องค์กรได้รับความเสียหายมากกว่า เพราะการที่ กสทช. ถูกวิพากษ์วิจารณ์และอาจไม่พอใจกับข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบนั้น ก็สามารถใช้สิทธิในการโต้แย้งเพื่อชี้แจงข้อมูลผ่านการแถลงข่าว ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการใช้งบประมาณซื้อพื้นที่สื่อเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์งานของ กสทช. ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด รวมทั้งพบว่าสถานีโทรทัศน์บางช่องได้เชิญกรรมการบางท่านไปออกรายการเพื่อชี้แจง แต่กลับได้รับการปฏิเสธไม่ร่วม การกระทำเช่นนี้ย่อมอาจถูกมองได้ว่าเป็นการปฏิเสธการตรวจสอบจากภายนอก ซึ่งขัดเจตนารมณ์การเป็นองค์กรอิสระที่ต้องมีหลักธรรมาภิบาลเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้” สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. กล่าว

กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) ร่วมกันเป็นโจทก์ ฟ้อง ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และณัฎฐา โกมลวาทิน ผู้สื่อข่าวและผู้ดำเนินรายการ “ที่นี่ไทยพีบีเอส” จากกรณีนำเสนอข่าวการสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ณ ศาลอาญา

กรณีเช่นนี้ เคยปรากฏมาก่อน จากการที่บริษัทโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งฟ้องผู้ร่วมรายการ และจอมขวัญ หลาวเพ็ชร พิธีกรรายการ คม ชัด ลึก ทางเนชั่นแชนแนล ศาลยกฟ้องชั้นไต่สวน โดยให้เหตุผลว่า

…การตั้งประเด็นคำถาม เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดกับประชาชนในพื้นที่ ความไม่โปร่งใสในการประมูล เป็นการทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน

ซึ่งศาลได้ยกฟ้องผู้ร่วมรายการในเวลาต่อมา ด้วยเหตุว่าเป็นการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ไม่ว่า กสทช. โดย กทค. จะเดินหน้าใช้อำนาจศาลข่มขู่ คุกคาม นักวิชาการและสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ตามวิชาชีพครั้งนี้อย่างไร ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ กทค. และกสทช. ทั้งคณะอย่างเข้มข้นต่อไปได้

กสทช. ตัดสินใจเดินหน้า ไม่ถอนฟ้อง ไม่เจรจา ไม่อ่อนข้อกับคู่กรณีอย่างใดทั้งสิ้น นี่นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเท่ากับ กสทช. กำลังยื่นดาบให้ศาลเชือดคอตัวเอง

โดย จักร์กฤษ เพิ่มพูล จาก กรุงเทพธุรกิจ
http://bit.ly/13FdELP
http://blog.nation.ac.th/?p=2832

 

ชักดาบเงินกู้ กยศ. ทนุศักดิ์ งัดไม้ตายจับขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์

ชักดาบเงินกู้ กยศ. ทนุศักดิ์ งัดไม้ตายจับขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ไล่จับเด็กกู้เงิน กยศ.แล้วเบี้ยวหนี้ หลังพบพฤติกรรมของผู้สำเร็จการศึกษาไปแล้ว มีงานทำแต่นำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จึงจำเป็นต้องลงโทษสถานหนักถึงขั้นแบล็กลิสต์ พร้อมสร้างหลักเกณฑ์ใหม่ ในปีการศึกษา 57 ผู้กู้ทุกคนต้องยินยอมให้ถูกขึ้นแบล็กลิสต์ หลังสำเร็จการศึกษาไปแล้ว 3 ปี ยังเบี้ยวหนี้

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ในฐานะที่กำกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า นักเรียนและนักศึกษาที่กู้เงินจาก กยศ.ในปีการศึกษาหน้า หรือปีการศึกษา 2557 ต้องทำสัญญายอมรับการถูกขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์กับศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร เพื่อป้องกันการไม่ชำระหนี้ หรือเบี้ยวหนี้ หลังจากพบว่า อัตราการเบี้ยวหนี้ของนักเรียนและนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วและครบกำหนดชำระหนี้ เบี้ยวหนี้ถึง 50%

คลิ๊ปนักศึกษา กยศ. เข้าหัวข้อแรงบันดาลใจ

คลิ๊ปนักศึกษา กยศ. เข้าหัวข้อแรงบันดาลใจ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ การเบี้ยวหนี้ของนักเรียนและนักศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้วครบ 2 ปี และในปีที่ 3 ที่ต้องทยอยชำระหนี้คืน กยศ.พร้อมจ่ายดอกเบี้ย 1% ต่อปี ซึ่งถือเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก แต่ปรากฏว่า อัตราการเบี้ยวเพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อหลายปีก่อน เคยลดลงเหลือ 28% ปัจจุบันเพิ่มขึ้นจาก 40% และ 50% ในที่สุด

นายทนุศักดิ์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 57 จะเริ่มใช้ในเดือน ต.ค.นี้ สำนักงบประมาณได้ตัดงบสนับสนุน กยศ. 5,500 ล้านบาท เหลือ 23,000 ล้านบาท ทำให้มีเงินเหลือเพียงพอที่จะปล่อยกู้ให้แก่นักเรียนและนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษา 57 ได้เพียง 35,000 คนเท่านั้น เพราะ กยศ.จะไม่ตัดสิทธิ์การเล่าเรียนของผู้กู้เดิมเป็นอันขาด เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องเลิกเรียนกลางคันได้

ทั้งนี้ในปัจจุบัน กยศ.มีนักเรียนและนักศึกษาที่กู้เงินประมาณ 800,000-900,000 คน โดยมีอัตราการเข้าใหม่และสำเร็จการศึกษาประมาณปีละ 200,000 คน โดยมีรายได้หลักจากการสนับสนุนเงินงบประมาณของรัฐบาล และรายได้จากการชำระหนี้ของรุ่นพี่เพื่อนำเงินที่ชำระนั้น ไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนให้แก่น้องๆ รุ่นต่อๆ ไป โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันที่ครบกำหนดชำระหนี้ (กรณีชำระเป็นรายปี) พบว่ามีมาชำระหนี้เพียง 25,000 ล้านบาท จากจำนวนเงินที่ครบชำระทั้งหมด 50,000 ล้านบาท หรือเบี้ยวหนี้ถึง 50% จึงมีผลกระทบต่อสภาพคล่องของ กยศ.อย่างหนัก

ลูกหนี้ของ กยศ.ที่ไม่มาชำระหนี้ จะถูกเบี้ยปรับในอัตรา 15% แต่เด็กๆคิดว่าเป็นความผิดเล็กๆน้อยๆ จึงนำเงินไปใช้อย่างอื่นหมด เช่น ซื้อโทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์ เป็นต้น โดยไม่ยอมจ่ายหนี้คืน กยศ.จึงจำเป็นต้องลงโทษอย่างหนัก โดยจะเสนอ รมว.คลัง ขึ้นบัญชีดำ 2 กรณีคือ 1.ผู้กู้ก่อนปีการศึกษา 2557 หากสำเร็จการศึกษาครบแล้ว 5 ปีไม่มาชำระจะขึ้นแบล็กลิสต์ทันที และ 2.ผู้กู้ตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นไปหากครบ 3 ปีไม่ชำระหนี้ก็จะขึ้นแบล็กลิสต์เช่นเดียวกัน ซึ่งการขึ้นแบล็กลิสต์จะมีผลกระทบต่อการเข้าถึงแหล่งการเงินและโอกาสในการหางานทำในอนาคตด้วย

นายทนุศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาที่กู้เงินจาก กยศ.มีผู้ที่มีงานทำประมาณ 70% ที่เหลืออีก 30% ไม่มีงานทำ ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงการคลังจะร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สมาคมผู้ประกอบการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือให้มีงานทำและจะร่วมกับกองทุนตั้งตัวได้ เพื่อให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ยังไม่มีงานมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการของตนเองได้ด้วย ซึ่งปัจจุบัน กยศ.ปล่อยกู้ค่าครองชีพแก่นักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการเรียนฟรีไปจนถึง ม.6 โดยจะปล่อยกู้เป็นค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพในระดับอาชีวะจนถึงปริญญาตรี.

http://www.thairath.co.th/content/eco/357172

กยศ. ให้โอกาส

มี 32 สถานศึกษาทุจริต กยศ.

กยศ. ให้ชีวิต

Nation University Update #7 ตอนคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

นั่งดูคลิ๊ปเพลินครับวันนี้ .. เห็นนักศึกษาหน้าตาดี
อาจารย์ก็หล่อมาดเข้ม จึงนำมาฝากครับ

อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย

อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย

คลิ๊ปรายการ Nation University Update #7
อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย เล่าเรื่อง คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
และ อ.อุดม ไพรเกษตร ผู้ดำเนินรายการ
บริเวณริมอ่างตระพังดาว มหาวิทยาลัยเนชั่น จังหวัดลำปาง
ตอนเซเว่น” เห็นนักศึกษาเล่น ninja fruit ด้วยครับ

– iClassroom
– Lab Mac
– e-Learning
– Wi-Fi
– Tablet PC : Samsung Tab 10.1
– Network : Training & Co-op